วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ก้านคะน้าสามรส

พลังงาน 106.24 กิโลแคลอรี่
โปรตีน 3.48 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 12.17 กรัม
ไขมัน 5.61 กรัม


ส่วนผสม
ก้านคะน้า 1 ถ้วยตวง 150 กรัม
หัวหอมแดง 2 หัว 20 กรัม
พริกแห้งแกะเมล็ดออก 4 เม็ด 20 กรัม
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา 5 กรัม
น้ำส้มมะขาม 1 ช้อนชา 10 กรัม
น้ำมันพืช 1 ช้อนชา 5 กรัม


วิธีทำ
1.ก้านคะน้าหั่นเป็นท่อน ๆ หัวหอมแดงซอยฝอย พริกแห้งหั่นเป็นท่อน ๆ
2.ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใช้ไฟอ่อน ใส่หัวหมอแดง ผัดพอหอม หัวหอมแดงยังนิ่มอยู่ ใส่น้ำตาลทราย น้ำมะขาม ซีอิ๊วขาว พอเดือดรีบใส่ก้านคะน้าลงผัด ใช้ไฟแรง ผัดเล็กน้อย รีบตักขึ้นใส่จานเสิร์ฟร้อน ๆ

วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553

กรรเชียงปูสองรส


พลังงาน 88.55 กฺิโลแคลอรี่
โปรตีน 16.69 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 2.43 กรัม
ไขมัน 1.7 กรัม

ส่วนผสม
กรรเชียงปูม้านึ่ง 100 กรัม
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
พริกขี้หนู 6 เม็ด
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
รากผักชี 1 ราก
กระเทียม 3 กลีบ
น้ำตาลทรายเล็กน้อย

วิธีทำ
1.ผสมน้ำจิ้มชนิดแรกโดยโขลกกระเทียม รากผักชีให้ละเอียดผสมน้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว และน้ำตาลทรายเล็กน้อย ให้ออกรสเปรี้ยว เค็ม หวานนิดหน่อย เผ็ด
2.น้ำจิ้มอีกชนิดหนึ่ง ใช้เพียงน้ำปลาและพริกขี้หนูหั่นขวางเล็ก ๆ
3.ตักน้ำจิ้มทั้ง 2 ชนิด ใส่ถ้วยน้ำจิ้มขชนิดถ้วยคู่
4.กรรเชียงปูม้า นึ่งอีกครั้งในลังถึง น้ำเดือดเพียง 2 นาที พอร้อน นำมาวางเรียงคุ่กับน้ำจิ้ม


วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เทคนิคการทำ "ไข่เจียวธรรมดา" ให้ฟูแล้วไม่แฟ่บ แถมกรอบนอกนุ่มในแบบไม่พึ่งตัวช่วยใดๆ

เทคนิคที่ว่านั้นคือการใช้ "หม้อ" ในการเจียวไข่
นอกจากเราไม่ต้องกลัวรูปร่างไข่จะไม่สวยแล้ว

เรายังสามารถทำให้มันฟูและหนาได้ตามความต้องการ
โดยไม่ใช่ตัวช่วย หรือสารประกอบใดๆทั้งสิ้น
(ตามปกติแล้ว การใส่หมูสับ หรือใส่แป้งลงไป จะทำให้ไข่หนาขึ้นมาได้มากขึ้น
แต่ว่าวันนี้เราต้องการเป็นเนื้อไข่ไก่ล้วนๆ)
เครื่องมือ+เครื่องปรุงของผม วันนี้มีแค่ 3-4 อย่างเท่านั้น
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- ซีอิ้วขาว
- หม้อ + น้ำมันสำหรับทอด

สิ่งที่ยังขาดไม่ได้ก็คือ "ไฟ"
ต้องมีความแรงอยู่พอสมควร แต่ไม่ถึงกับต้องแรงจัด
คนที่ไม่มีเตาเร่งหรือเตาฟู่ ก็ยังพอทำได้ครับ

นำหม้อใส่น้ำมันพืช แล้วนำไปตั้งไฟ
พอให้เริ่มมีควันเล็กน้อย ไม่ถึงกับควันโขมงนะ

สำหรับหม้อขนาดนี้ ใช้ไข่ 2 ฟอง กำลังเหมาะครับ
ถ้าใช้ 3 ฟองก็ยังพอได้อยู่ แต่มันจะฟูขึ้นมาจนเกือบล้นเวลาทอด
เดี๋ยวคอยดูละกันเนอะ

ปรุงรสด้วยซีอิ็วขาวเพียงอย่างเดียว แล้วตีเร็วๆ
ให้เข้ากัน

ตีเสร็จแล้ว อย่าวางทิ้งไว้
รีบเอาลงกระทะเลย ฟองอากาศมันจะได้ยังแฝงตัวอยู่ในเนื้อไข่
ไม่ลอยขึ้นมาจนหมด

จำไว้ว่า ถ้าอยากได้ไข่ที่ฟูกรอบ
น้ำมันจะต้องมากพอ แต่ก็ต้องไม่มากเกินไป
และต้องร้อนระดับควันขึ้นฉุยๆ แต่ไม่ใช่ควันโขมง

นับ 1
2
3
เมื่อเทไข่ลงไป ก็จะได้ผลอย่างที่เห็นในรูป
มันฟูออกมาพอดีๆหม้อ เป็นไข่เจียวกลมๆหนาๆ ที่แสนน่ากิน

กลับแล้ว 1 รอบ
ทอดไปสักครู่ จนเริ่มเห็นว่าผิวด้านบนของไข่ เริ่มแห้ง
ผมพลิกอีกครั้งหนึ่ง เพราะไข่เจียวด้านแรก มักจะสวยกว่าอีกด้านเสมอ
เสร็จแล้วช้อนขึ้นมาโลด
เอามาวางไว้บนตะแกรงเพื่อสะเด็ดน้ำมัน
ถ้าเป็นไข่แบบบีบมะนาว รับรองแฟ่บตั้งแต่ตักขึ้นจากกระทะ


ด้านข้าง ของเจ้าไข่เจียวทอดหม้อ ฟูแล้วไม่แฟ่บ
การใช้หม้อทอดไข่ เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ได้ทุกข้อเลยครับ
ทั้งความง่ายในการทอด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลับไข่ ที่ทุกคนเป็นห่วง
เพราะดูแล้วหม้อมันจะคับแคบ และกลับยาก

แต่ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่คิดครับ
เพราะไข่จะลอยอยู่บนน้ำมัน และไม่ได้แตะก้นหม้อแต่อย่างใด
ดังนั้นการกลับก็แค่ใช้ตะหลิว หรือแม้กระทั้งช้อนกินข้าวนี่ล่ะ
ตลบมันกลับอีกด้าน ไม่ต้องกลัวมันแตกหรือขาดอย่างเวลาใช้กระทะทอดด้วยครับ
คือทำอย่างไรมันก็จะเป็นรูปกลมๆหนาๆ น่ากินเช่นนี้เสมอๆ

นอกจากจะฟูแล้วไม่แฟ่บ
มันยังมีเนื้อไข่สีเหลืองๆนุ่มๆให้เราได้สัมผัสด้านในด้วย
ไม่ใช่ว่าฟูกรอบจนไม่เหลือเนื้อไข่นะ

แบบนี้สิ ไข่เจียวในฝันเลยยย

เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมม
วันนั้นผมทอดไข่มากินกับข้าวอบหมูแดดเดียว
แบ่งมาโปะข้าวแบบนี้เลย กินคู่กัน อร่อยไปอีกแบบ

เป็นไข่เจียวที่ทำง่าย อร่อยง่าย และพลาดยากมากๆ
ขอเพียงมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมและใกล้เคียง
ส่วนเทคนิคในการทำนั้น แทบไม่มีอะไรเลยครับ

เป็นไข่เจียวที่ทอดทีไร
ก็ออกมาเหมือนกันทุกครั้ง แบบไม่ต้องลุ้นเลย

เนื้อไข่ฟูด้านนอก นุ่มนิ่มด้านใน
ไม่อมน้ำมันด้วยน้า


บอกลาไข่แบนๆแฟ่บๆ ขาดรุ่งริ่ง อมน้ำมันไปได้เลย
ไข่เจียว in a pot !!